Carrot

วันศุกร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

รักษ์โลกง่าย ๆ เริ่มได้ที่บ้าน

ที่มา : http://home.kapook.com/view44973.html

ลดพลังงาน ลดมลพิษ
-    หัวใจของการอยู่อาศัยอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมนั้นอยู่ที่ความพอดี ไม่ว่าจะเป็นการบริโภคพลังงาน การไม่ก่อมลพิษที่จะทำร้ายทำลายตนเองและสิ่งแวดล้อม รวมถึงความพอดีในการลงทุนเพื่อทำให้บ้านของคุณ "เขียว" ขึ้น ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม ได้แก่ บิลค่าน้ำ ค่าไฟ ที่เรียกเก็บอยู่ทุกเดือน สารเคมีที่คุณใช้ หรือปริมาณขยะในถังที่คุณต้องเททิ้งอยู่ทุกวันนั่นเอง ความจริงที่เราต้องยอมรับก็คือ ไม่มีอะไรได้มาฟรี ๆ การที่บ้านจะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้นั้น ย่อมจะต้องอาศัยการลงทุนลงแรงเช่นกัน

เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ราคาแพงจริงหรือ?
-     เมื่อพูดถึงการลงทุน หลายคนเชื่อว่าราคาที่ต้องจ่ายเพื่อสิ่งแวดล้อมมักต้องสูงกว่าปกติ แต่อาจไม่จริงเสมอไป เพราะแนวคิดพื้นฐานในการปรับปรุงบ้านให้เป็นมิตรต่อผู้อยู่และไม่ทำร้ายสภาพแวดล้อมนั้น น่าจะหมายถึงการหาจุดสมดุลระหว่างความสามารถในการลดการบริโภคพลังงาน ลดมลพิษ ไม่ขัดกับวิถีชีวิต และเป็นมิตรต่อกระเป๋าสตางค์ด้วย ลองชั่งน้ำหนักดูง่าย ๆ ว่า คุณจะเลิกใช้เครื่องซักผ้าเพื่อประหยัดน้ำประหยัดไฟ แล้วกลับไปซักผ้าด้วยมือ หรือจะรอจนกว่าผ้าจะมากพอ แล้วจึงค่อยใส่เครื่องซัก จึงจะดีกว่ากัน
       เรื่องเหล่านี้ ล้วนเป็นสิ่งที่คุณสามารถบริหารจัดการได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณได้คิด หรือวางแผนตั้งแต่ต้น คิดทุกอย่างไปพร้อม ๆ กัน ตั้งแต่การออกแบบ การกำหนดทิศทางของบ้าน การคัดสรรวัสดุ และการเลือกซื้อของมาใช้สอยในบ้าน โดยทั่วไปการทำให้บ้านเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมนั้น มี 2 วิธีได้แก่
1. อาศัยปัจจัยธรรมชาติ
  -    เป็นการพิจารณาปัจจัยทางกายภาพ เช่น แสงแดดและทางลม เพื่อกำหนดทิศทางการวางตำแหน่งของบ้านให้สามารถใช้ประโยชน์จากแสงธรรมชาติและลมได้มากที่สุด ซึ่งจะส่งผลไปถึงการกำหนดฟังก์ชั่นในการใช้งานของพื้นที่ในบ้านให้เหมาะสม สอดคล้องกับสภาวะธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดวัน


ที่มา : http://home.kapook.com/view44973.html



2. อาศัยเทคโนโลยี
  -     เช่น การนำเครื่องมือ เครื่องจักรต่าง ๆ เข้ามาช่วย ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟน้อย เปลี่ยนไปใช้หลอดผอมแบบใหม่ (T5) หรือใช้สุขภัณฑ์แบบประหยัดน้ำ ฯลฯ จริงอยู่ที่ว่าวิธีการที่จะทำให้บ้านของคุณเขียวขึ้นอาจทำได้ครบวงจร และประหยัดกว่า หากได้วางแผนทำตั้งแต่แรกเริ่ม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องจ่ายแพงเสมอไปหากต้องการจะปรับเปลี่ยนให้บ้านเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างที่ต้องการ ลองค่อย ๆ ปรับในสิ่งที่ทำได้ ผ่านทางความคิด การวางแผน และเลือกสรรสิ่งต่าง ๆ ที่จะนำมาใช้งานในบ้าน โดยเพิ่มเงื่อนไขในเรื่องของความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเข้าไปอีกข้อหนึ่ง นอกเหนือจากคุณสมบัติด้านอื่นที่ต้องพิจารณาอยู่แล้ว

         หากคุณสามารถทำได้ทั้ง 2 วิธีข้างต้น ซึ่งส่งเสริมซึ่งกันและกันก็จะยิ่งกลายเป็นประโยชน์สูงสุดต่อผู้อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อม ยกตัวอย่างเช่น จากเดิมห้องนั่งเล่นที่ทุกคนทำกิจกรรมร่วมกันยามบ่าย จะต้องปิดม่าน เปิดไฟ เปิดเครื่องปรับอากาศ เนื่องจากถูกแสงแดดส่องโดยตรง เมื่อเปลี่ยนฟังก์ชั่นของห้อง ย้ายห้องนั่งเล่นไปยังฝั่งที่ร่มกว่า เปิดโอกาสให้คุณใช้แสงธรรมชาติได้ จะเปิดหน้าต่างก็ได้ หรือหากจะใช้เครื่องปรับอากาศ (รุ่นประหยัดไฟ) ก็ยังประหยัดกว่า เนื่องจากพื้นที่ส่วนนั้นไม่ได้โดนแสงแดดโดยตรง จึงมีความร้อนสะสมน้อยกว่า เครื่องปรับอากาศก็ไม่ต้องทำงานหนักมาก

เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมหรือไม่ วัดจากอะไร
    -   คุณอาจสงสัยว่า อาคารบ้านเรือนที่อ้างว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมนั้นจะวัดได้อย่างไร มีมาตรฐานใดบ้าง อันที่จริงมาตรฐานการวัดระดับความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมนั้น ถูกพัฒนาขึ้นในต่างประเทศก่อน ต่อมากรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงานได้นำมาปรับปรุง โดยมอบหมายให้ทีมวิจัยจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และสถาบันวิจัยพลังงานต่าง ๆ ศึกษาและวิจัยจากระบบที่คล้ายกัน ระบบการออกแบบที่คำนึงถึงเรื่องพลังงานและสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก (LEED System) ของสหรัฐอเมริกามาใช้เป็นเกณฑ์ประเมิน ซึ่งมีหลักพิจารณาคร่าว ๆ อยู่ 7 ประการด้วยกัน ดังนี้
ที่มา : http://www.banidea.com/eco-home-design-modern-style-2012/

  • พื้นที่ตั้ง ตั้งอยู่ที่ใด มีระบบสาธารณูปโภคแล้วหรือยัง การเข้าถึงยากหรือง่ายเพียงใด
  • ระบบน้ำ มีระบบบริหารจัดการน้ำใช้ในครัวเรือนอย่างไร รวมไปถึงการบำบัดน้ำเสียด้วย
  • ระบบพลังงาน มีการใช้พลังงานที่ประหยัดและมีประสิทธิภาพ
  • วัสดุ ใช้วัสดุแบบไหนในการก่อสร้างและตกแต่ง เช่น วัสดุรีไซเคิล หาได้ง่ายในท้องถิ่นหรือไม่ หรือต้องขนส่งมาจากที่ไกล ๆ เป็นต้น
  • คุณภาพสิ่งแวดล้อมภายในอาคาร ส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับการระบายอากาศ การควบคุมมลพิษ อุณหภูมิ และแสงที่ส่องเข้ามาได้
  • อายุการใช้งาน ตั้งแต่เริ่มต้นก่อสร้างจนหมดอายุการใช้งาน
  • ผู้อยู่อาศัย ไม่เพียงแต่บ้านเท่านั้น ผู้อยู่อาศัยและชุมชนโดยรอบ อยู่ในข่ายที่ต้องนำมาพิจารณาด้วยเช่นกัน ว่ามีความตระหนักในเรื่องสิ่งแวดล้อมแค่ไหน
ที่มา : http://home.kapook.com/view44973.html

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น