Carrot

วันอาทิตย์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ประเทศไทยท่ามกลางวิกฤติโลกร้อน

ประเทศไทยท่ามกลางวิกฤติโลกร้อน

ที่มา : http://www.consumersongkhla.org/

- คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (IPCC) ที่ทำหน้าที่หลักให้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนและเชื่อถือได้แก่สังคมโลกในประเด็นที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ได้เปิด รายงานการสังเคราะห์และประเมินความรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ครั้งที่ 5 หรือเรียกสั้นๆ IPCC AR5 ถือเป็นรายงานฉบับล่าสุดจะเผยแพร่สู่สาธารณะในเดือนพฤศจิกายนนี้ ที่น่าจะสร้างความตื่นตัวให้หลายประเทศได้ 

          -  รายงานครั้งที่ 5 ยืนยันภาวะโลกร้อนกำลังเกิดขึ้นจริง ข้อค้นพบว่าโลกร้อนเกิดขึ้นทั้งบนภาคพื้นทวีปและในมหาสมุทร เกิดการละลายของน้ำแข็งและการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลอย่างต่อเนื่อง รวมถึงระดับความเข้นข้นของก๊าซเรือนกระจกในบรรยากาศก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สำหรับการเปลี่ยนแปลงในบรรยากาศ รายงานสรุปแนวโน้มอุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกระหว่างปี 2393-2555 เพิ่มขึ้น 0.85 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิของบรรยากาศชั้นบนได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง  
          - แล้วประเทศไทยจะเป็นอย่างไรบ้างในรายงานครั้งที่ 5 ดร.อัศมน ลิ่มสกุล ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมด้านสิ่งแวดล้อม กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ร่วมสรุปสาระสำคัญรายงานด้านผลกระทบ การปรับตัว และความล่อแหลม ค.ศ.2014 ของคณะทำงานกลุ่มที่ 2 กล่าวในเวที Global Warming Forum ปีที่ 4 ครั้งที่ 3 รายงานโลกร้อน IPCC AR5 : ความจริงที่ทุกคนควรฟัง จัดโดยชุดโครงการพัฒนาความรู้และยุทธศาสตร์ด้านนโยบายสิ่งแวดล้อม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ฝ่ายสวัสดิภาพสาธารณะ ณ โรงแรมเดอะสุโกศล เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา รายงานประเมินฯ ให้ความสำคัญถึงแนวคิดเรื่องความเสี่ยง ดร.อัศมนให้ข้อมูลมีเอกสารวิชาการมากกว่า 12,000 ฉบับ ได้ถูกอ้างอิงในรายงานฉบับนี้ นักวิทยาศาสตร์จำนวน 309 คน จาก 70 ประเทศ เข้ามามีส่วนร่วมในฐานะผู้เขียนหลักและปรับแก้เนื้อหา ความถูกต้องของเนื้อหาได้ผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญจำนวน 1,729 คน จาก 84 ประเทศ และจาก 49 รัฐบาล ข้อเสนอแนะและข้อคิดเห็นที่ได้รับมีกว่า 50,000 ข้อ รายงานนี้มีจำนวน 30 บท รวมทั้งบทสรุปเชิงเทคนิคและบทสรุปสำหรับผู้บริหาร

           - ใน 10 ปีที่ผ่านมาภาวะโลกร้อนส่งผลกระทบต่อระบบธรรมชาติและมนุษย์ทั่วทุกทวีปและข้ามมหาสมุทร การเปลี่ยนแปลงของน้ำฝนหรือการละลายของหิมะและน้ำแข็งกำลังปรับเปลี่ยนวัฏจักรของน้ำในหลายภูมิภาค สิ่งมีชีวิตหลายชนิดเผชิญภัยการเปลี่ยนแปลงจนต้องปรับเปลี่ยนพื้นที่อาศัยและอพยพ ทั้งยังก่อผลลบต่อผลผลิตของพืชผล แล้วที่น่าสนใจการตายที่เกี่ยวข้องกับความร้อน หรือคลื่นความร้อน (Heat wave) มีอัตราเพิ่มขึ้นในบางภูมิภาค ผลกระทบที่แตกต่างกันทำให้เราต้องการแนวทางจัดการที่หลากหลาย การเข้าใจบริบทของท้องถิ่น ถ้าอุณหภูมิเพิ่มขึ้นเกิน 2 องศา มีการประเมินมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจของโลกถึง 0.2-2 ของรายได้เศรษฐกิจโลก

          - "รายงานชี้ว่าอาร์กติกได้รับผลกระทบสูงที่สุดจากการละลายของธารน้ำแข็ง หิมะ การเพิ่มขึ้นของน้ำทะเลจากปริมาณน้ำที่ปล่อยออกมาจากมวลน้ำแข็ง ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงชายฝั่งในพื้นที่ อัตรากัดเซาะมากขึ้น สำหรับไทยกระทบระบบนิเวศทางทะเล อีกความล่อแหลมของประเทศในภูมิภาคเขตร้อน นั่นคือ ผลผลิตของข้าว ถั่ว ข้าวโพด จะติดลบ" ดร.อัศมนกล่าวชัดเจน
          - คนไทยอาจไม่สนใจเรื่องโลกร้อน แต่ประเทศไทยมีความเสี่ยงไม่น้อยกว่าพื้นที่ต่างๆ ทั้งชุมชนเมืองที่มีความศิวิไลซ์และชนบทมีความล่อแหลม และสัมผัสกับเหตุการณ์สภาวะความรุนแรงทางภูมิอากาศ เช่น คลื่นความร้อน ภัยแล้งและอุทกภัยเพิ่มขึ้น ผลกระทบของเหตุการณ์ แน่นอนว่าทำลายโครงสร้างพื้นฐาน ปรับเปลี่ยนระบบนิเวศ ตลอดจนรบกวนการผลิตอาหารและแหล่งน้ำ รวมทั้งการเจ็บป่วยและเสียชีวิต นักวิจัยกรมส่งเสริมคุณภาพและสิ่งแวดล้อมกล่าวว่า สิ่งที่เราควรพูดถึงมากกว่า นั่นคือการพัฒนาที่ไม่เท่าเทียมกันและความไม่เสมอภาคกันในมิติต่างๆ ส่งผลให้ความล่อแหลมและเผชิญกับสิ่งที่เป็นอันตรายที่เกี่ยวข้องกับภูมิอากาศ ประชาชนที่ด้อยโอกาสจัดเป็นกลุ่มบุคคลที่มีความล่อแหลมสูงต่อโลกร้อน

           - ในรายงาน IPCC ฉบับนี้ ยังนำเสนอประสบการณ์ด้านการปรับตัว ที่กำลังถูกรวบรวมโดยภาคส่วนต่างๆ ทั่วทุกภูมิภาคและแนวทางการปรับตัวกำลังถูกบูรณาการเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการวางแผนเช่นกัน อาร์กติกบูรณาการระหว่างภูมิปัญญาท้องถิ่นและข้อมูลวิทยาศาสตร์ สำหรับเอเชียเน้นการวางแผนสำหรับการพัฒนา ระบบเตือนภัยล่วงหน้า การปลูกป่าชายเลนทดแทน และการจัดการทรัพยากรแหล่งน้ำ อย่างไรก็ตาม ดร.อัศมนชี้ว่า การศึกษาด้านการปรับตัวส่วนใหญ่ถูกจำกัดอยู่เฉพาะการวิเคราะห์ผลกระทบ ความล่อแหลมและแผนปรับตัวเท่านั้น ส่วนการประเมินถึงกระบวนการและผลสัมฤทธิ์ยังศึกษาน้อยมาก รวมถึงภัยที่มีโอกาสเกิดขึ้นต่ำ แต่มีผลกระทบสูง อย่างกรณีน้ำท่วมใหญ่ปี 54 จำเป็นต้องสร้างความเข้าใจเพิ่มขึ้นถึงประโยชน์ที่มีประสิทธิภาพของการจัดการความเสี่ยง

           - สำหรับความเสี่ยงสำคัญ หมายถึงเหตุการณ์ที่มีขนาดใหญ่และมีโอกาสเกิดสูงที่เป็นข้อกังวลถ้าระดับอุณหภูมิของโลกเพิ่มขึ้น จากรายงานครั้งที่ 5 นี้ ดร.อัศมนเปิดเผยว่า ในพื้นที่ราบต่ำชายฝั่งทะเลและประเทศกำลังพัฒนาหมู่เกาะขนาดเล็ก รวมถึงไทยที่มีชายฝั่งทะเลยาว และเกาะน้อยใหญ่ในภาคตะวันออก ภาคใต้ จะเสี่ยงต่อชีวิตและผลกระทบต่อการดำรงชีวิตจากพายุคลื่น น้ำท่วมชายฝั่ง และการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล ไทยจะมีแนวทางตั้งรับปรับตัวอย่างไร ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจและสังคม อีกประการเสี่ยงต่อการสูญเสียระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง รวมถึงความหลากหลายทางชีวภาพที่หล่อเลี้ยงการดำรงชีวิตชุมชนชายฝั่ง

           -   "ประชากรในเมืองใหญ่เสี่ยงจากน้ำท่วม สภาวะความรุนแรงของลมฟ้าอากาศจะสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและการบริการที่สำคัญ ความร้อนที่สูงขึ้นจะส่งผลกับสุขภาพ ไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุต้องประเมินความเสี่ยงนี้มีมากน้อยแค่ไหน เพราะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะขยายความเสี่ยงที่มีอยู่แล้วเพิ่มขึ้น พร้อมสร้างความเสี่ยงใหม่ให้ธรรมชาติและมนุษย์" นักวิจัยชุดโครงการพัฒนาความรู้ฯ สกว. ย้ำผลกระทบในอนาคต มีแนวโน้มรุนแรงและกว้างขวางขึ้นตามอุณหภูมิโลกที่ขยับขึ้นเรื่อยๆ

           -  ภาวะความเป็นกรดของน้ำทะเลในอนาคต กำลังเป็นที่กังวลอาจเกิดอันตรายสูง จนส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทะเลแบบที่เรียกกลับคืนมาไม่ได้ ภายใต้รายงาน IPCC ฉบับนี้ก็ได้แสดงผลกระทบที่มีความรุนแรงมากขึ้น อาทิ หอยและกุ้ง ปู ปะการังน้ำเย็น ปะการังน้ำอุ่น นักวิชาการตั้งคำถามว่า บ้านเราจะเคยมองผลกระทบจากความเป็นกรดของทะเลต่อธุรกิจการประมงและความมั่นคงทางอาหารหรือเปล่า เหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นถ้าไม่รักษาอุณหภูมิโลก    รศ.ดร.อำนาจ ชิดไธสง บันฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ผู้ประสานงานชุดโครงการศูนย์ประสานงานและพัฒนางานวิจัยด้านโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ วิเคราะห์ประเด็นความเป็นกรดของทะเลจากรายงานโลกร้อนนี้

          -  "รายงานฉบับที่ 5 เพิ่มความมั่นใจว่ามันร้อนขึ้นทั้งอากาศ วัดในมหาสมุทรก็ร้อนขึ้น วัดในบรรยากาศชั้นบนก็ร้อนขึ้น ความร้อนเข้าสู่มหาสมุทรมากขึ้น ความเข้มข้นของคาร์บอนในอากาศลงสู่มหาสมุทรมากขึ้น ส่งผลให้เกิดภาวะความเป็นกรดในทะเลมากขึ้น โลกของเรา 70% เป็นน้ำ หากมหาสมุทรเปลี่ยนแปลง จะเปลี่ยนแล้วเปลี่ยนเลย ยากที่จะทำให้ระบบนิเวศกลับคืนมาได้ ในรอบ 55 ปี อุณหภูมิเฉลี่ยประเทศไทยสูงขึ้น 0.96 องศา ร้อนขึ้นจริง ระบบนิเวศทะเลไทยจะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน" รศ.ดร.อำนาจย้ำปัญหาชัดๆ ของไทย
          -  สำหรับแนวทางในการรักษาสมดุลระดับอุณหภูมิในบรรยากาศจากรายงานฉบับนี้ นักวิจัยด้านโลกร้อนผู้นี้สรุปสาระสำคัญว่า ถ้าคนทั่วโลกจะคงระดับการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิไว้ให้ไม่เกิน 2 องศา โลกมีโควตาการปล่อยก๊าซ 100% ใช้ไปแล้ว 50% เหลืออีก 50% จนถึงปี 2643 แม้จะหยุดปล่อยก๊าซแล้ว การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศจะยังคงอยู่เป็นเวลานาน

          - "เราจะต้องลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงอย่างมหาศาลและลดต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ใช้เวลา 100 ปี ก็ยังไม่พอ จะยังคงสูงอยู่อย่างนั้น คนบนโลกมีบทบาทชัดเจนและเป็นหลักให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ จากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ไม่มีใครโต้แย้งภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงจริง หากเรากำลังเดินทางสู่การแก้ปัญหาโลกร้อน ขณะนี้อยู่ตรงกลาง เป็น Cross Road ต้องเลือก เรามีโอกาสทำได้ 50% ถ้าไม่ทำระดับอุณหภูมิจะเกิน 2 องศาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ"


ข้อความที่ส่งมาจากรายงาน PCC นี้ รศ.ดร.อำนาจฝากทิ้งท้ายว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกมาถึงขั้นที่ต้องตัดสินใจ มิฉะนั้น การแก้ปัญหาจะเป็นไปได้ยากหรือเป็นไปไม่ได้เลยถ้ายังมีความล่าช้า สิ่งที่ทั่วโลกขาดแคลนมากคือ ความตั้งใจจริงของแต่ละประเทศในการลดก๊าซเรือนกระจกที่จะช่วยลดความเสี่ยง ช่วยเพิ่มระยะเวลาให้คนมีโอกาสปรับตัวได้มากขึ้น

โลกจะเหลือเวลาให้เราอีกนานเท่าไหร่ คงอยู่ที่การตัดสินใจตรงทางแยกที่ทุกคนร่วมกันเลือกเดินเพื่อประโยชน์ของโลกและของมวลมนุษยชาติ


ที่มา : http://www.thaipost.net/sunday/130714/93028

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น